Woolloomooloo Cafe & Bar

Found the Korean Vibes

ต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังใหม่ของ Woolloomooloo Cafe & Bar คาเฟ่เกาหลีสุดเก๋แห่งย่านรัชดา ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมความเกาหลีเกาใจ มีสเปซให้แวะถ่ายรูปสุดปังกันอย่างกว้างขวาง แถมยังเปลี่ยนเป็นไวน์บาร์เก๋ ๆ ยามค่ำคืนในช่วงสุดสัปดาห์อีกด้วย

Woolloomooloo Style

โดยคุณ Hwang Hosi เจ้าของร้านสาวชาวเกาหลี ยังคงนำเอาคอนเซ็ปต์เดิมจากความทรงจำและความประทับใจมากมายร่วมกับกลุ่มเพื่อนของเธอ ณ เมือง Woolloomooloo ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มาสร้างสรรค์ร้านแห่งนี้ให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคาเฟ่สัญชาติออสเตรเลียนที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความสวยงามของตัวเมือง กาแฟที่ชาวออสเตรเลียชอบดื่ม และบรรยากาศของบาร์ที่ชาวออสเตรเลียชอบไป มารวมไว้ในที่เดียว ทำให้ Woolloomooloo Cafe & Bar เป็นทั้งคาเฟ่ในยามกลางวันและบาร์ในยามค่ำคืน สามารถเลือกแวะมาชิลล์เอาต์กันได้ตลอดทั้งวัน

ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น ทำให้บ้านหลังนี้สะท้อนตัวตนของ “Woolloomooloo” ออกมาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวร้านถูกแบ่งออกเป็นสองชั้น ด้านล่างเป็นบาร์สั่งขนมและเครื่องดื่ม ส่วนชั้นบนมีหลากหลายมุมที่นั่งให้เลือกกันตามใจชอบ

สีขาวสะอาดตายังถูกใช้เป็นสีหลัก ๆ ในการตกแต่งร้าน แต่ครั้งนี้ทางร้านมีสีฟ้าของเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเติมความสดใสเอาในเหล่า Instragramer มากขึ้น ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายตาไปอีกขั้นด้วยหน้าต่างบานโตที่รับแสงธรรมชาติจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่ และยังมีมุมไฮไลต์ในส่วนของ Wine Bar ที่ถูกเรียงรายไปด้วยไวน์หลากหลายสัญชาติที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างตั้งใจอีกด้วย

All Homemade Menus

นอกจากบทบาทของเจ้าของร้านแล้ว คุณ Hwang Hosi ยังรับหน้าที่สร้างสรรค์เมนูอร่อย ๆ ทั้งขนมและเครื่องดื่มให้คุณลูกค้าด้วยตัวเองทั้งหมด โดยสามารถเลือกขนมน่ารัก ๆ อบกันสดใหม่ทุกวันได้ที่หน้าบาร์เลย

ในเรื่องของเมนู ที่นี่ยังคงให้ความสำคัญกับขั้นตอนที่พิถีพิถัน ใส่ใจในทุก ๆ ชิ้น พร้อมเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี มาทำขนมสุดคิวต์ให้คุณได้ลิ้มลองกันทุกวัน มาที่นี่แล้วต้องไม่พลาดเมนู Siganture ของทางร้านอย่าง Terrine Cheese (140 บาท) ที่มาในรูปแบบ Flourless Gluten Free ดีต่อสุขภาพ ท็อปด้วยครีมนุ่ม ๆ และยังได้กลิ่นหอมของเลมอน เข้ากันเป็นอย่างดี หรือจะเป็น Flourless Chocolate Mousse (140 บาท) ก็รับรองได้ว่าถูกใจสายช็อกโกแลต ด้วยรสชาติเข้ม ๆ ของดาร์กช็อกโกแลตที่ผสานเข้ากับครีมสด และมีกิมมิกเป็นรสเค็มนิด ๆ จาก Sea Salt ที่ลงตัว

หรือจะเป็น Tiramisu (140 บาท) ที่มาพร้อมสัมผัสนุ่มละมุนกับรสชาติหอมหวานพอดี เข้ากันกับครีมนุ่ม ๆ ด้านบน ทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วไหน ๆ ก็ผสานความอร่อยได้อย่างเข้ากัน

ทางด้านขนมปัง ทางร้านแนะนำ Salted Butter Bread (65 บาท) ขนมปังนุ่ม ๆ ที่อบกันสดใหม่ทุกเช้า หอมกรุ่นจากเตาถึงมือคุณ ด้วยขนมปังเหนียวนุ่มเคี้ยวเพลิน มีรสเค็มอ่อน ๆ ของเกลือที่เข้ามาแต่งเติมรสชาติได้เป็นอย่างดี

ปิดท้ายกันที่เครื่องดื่มแก้ว Signature ของทางร้าน อย่าง Einspanner (105 บาท) กาแฟนมรสชาติเข้มข้นที่มาพร้อมโฟมครีมหนานุ่มด้านบน สร้างสัมผัสละมุนละไมได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายความประทับใจในมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ